องค์กรภาคสังคม

ImpactCreator

ภาคสังคม

ธุรกิจที่เริ่มต้นบนความแตกต่าง ...
เริ่มต้นจาก ความตั้งใจ จากใจที่อยากเห็นโลกนี้ดีกว่าเดิม
เริ่มต้นจาก การแบ่งปัน การส่งต่อโอกาสให้กับเพื่อนร่วมโลก ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ หรือพืช
เริ่มต้นจาก ความกล้า แม้จะเริ่มจากเสียงของคนๆ เดียว หรือคนกลุ่มเดียว
เริ่มต้นจาก ความเชื่อ ในพลังของความดี ณ วันนี้ เราเชิดชูทุกความดี เรามองหาแนวร่วม คนที่คิดเหมือนๆ เรา คนที่อยากสร้างปรากฎการณ์ด้านดีให้กับโลกใบนี้ เพราะเชื่อเสมอว่า “ความดี ยังไงก็คือ ความดี” เป็นเรื่องที่ควรบอกต่อ ชวนทุกคนมาต่อยอด เพราะสักวันหนึ่ง เราจะได้เห็นดีกัน....
"

สหกรณ์กรีนเนท จำกัด

สหกรณ์กรีนเนทเป็นองค์กรธุรกิจเพื่อสังคม ที่ทำหน้าที่ สนับสนุนการปรับเปลี่ยนการผลิตของเกษตรกรสมาชิกให้เป็นระบบเกษตรอินทรีย์ และจัดการด้านการตลาด ภายใต้ระบบการค้าที่เป็นธรรม
สหกรณ์กรีนเนท จำกัด
สหกรณ์กรีนเนทเป็นองค์กรธุรกิจเพื่อสังคม ที่ทำหน้าที่ สนับสนุนการปรับเปลี่ยนการผลิตของเกษตรกรสมาชิกให้เป็นระบบเกษตรอินทรีย์ และจัดการด้านการตลาด ภายใต้ระบบการค้าที่เป็นธรรม
901 ผู้เข้าชม

ฟาร์มโตะ ไทยแลนด์

ฟาร์มโตะคือช่องทางการขายผลผลิตเกษตรรูปแบบใหม่ที่เชื่อมเกษตรกรและผู้บริโภคเข้าหากัน ผ่านวิธีการ ”ร่วมเป็นเจ้าของผลผลิตการเกษตร” เพื่อให้ทั้งคู่ได้ช่วยเหลือและดูแลผลผลิตไปด้วยกันโดยหากผู้บริโภคต้องการ เดินทางมาเยี่ยมชมผลผลิตก็สามารถเช็คพิกัดพื้นที่การเพาะปลูกได้จากในระบบเมื่อถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวเกษตรกรจะจัดส่งผลผลิต ให้ผู้บริโภคตามที่อยู่ที่ได้ลงทะเบียนและบางชนิดสินค้าเกษตรจะมีการนัดรับผลผลิตบริเวณพื้นที่การเพาะปลูก
ฟาร์มโตะ ไทยแลนด์
ฟาร์มโตะคือช่องทางการขายผลผลิตเกษตรรูปแบบใหม่ที่เชื่อมเกษตรกรและผู้บริโภคเข้าหากัน ผ่านวิธีการ ”ร่วมเป็นเจ้าของผลผลิตการเกษตร” เพื่อให้ทั้งคู่ได้ช่วยเหลือและดูแลผลผลิตไปด้วยกันโดยหากผู้บริโภคต้องการ เดินทางมาเยี่ยมชมผลผลิตก็สามารถเช็คพิกัดพื้นที่การเพาะปลูกได้จากในระบบเมื่อถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวเกษตรกรจะจัดส่งผลผลิต ให้ผู้บริโภคตามที่อยู่ที่ได้ลงทะเบียนและบางชนิดสินค้าเกษตรจะมีการนัดรับผลผลิตบริเวณพื้นที่การเพาะปลูก
1,039 ผู้เข้าชม

บริษัท บั๊ดดี้โฮมแคร์ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด

มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ ได้ดำเนินงานแก้ไขปัญหาผู้สูงอายุที่ขาดคนดูแล โดยให้น้ำหนักกับผู้สูงอายุที่ยากจน ยากไร้ด้อยโอกาส และไม่มีคนดูแล ในชุมชนแออัดเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ซึ่งต้องเผชิญปัญหาคุณภาพชีวิตรุนแรงกว่าในชนบท โดยที่ในชนบทนั้นมีค่าครองชีพต่ำกว่าและสภาพสังคมยังเอื้อในการดูแลกันเอง ด้วยโครงการ "อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน" ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลประเทศเกาหลีและองค์การเฮลพ์เอจประเทศเกาหลี ดำเนินงานอบรมสร้างอาสาสมัครในชุมชน เพื่อให้เข้าไปเยี่ยมเยือนดูแลผู้สูงอายุในละแวกใกล้เคียงโดยไม่มีค่าตอบแทน แต่จะใช้กระบวนการสร้างเสริมศักยภาพของอาสาสมัครให้สามารถจัดกระบวนการแก้ปัญหาของผู้สูงอายุในชุมชนได้เอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการดูแลผู้สูงอายุ และเขียนโครงการเพื่อรับการสนับสนุนจากแหล่งทุนต่างๆ ในท้องถิ่นชุมชนของตน จนปัจจุบันมีอาสาสมัครที่ทำงานในชุมชน 111 คน ดูแลผู้สูงอายุที่ยากไร้ขาดคนดูแล 219 คน อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าโครงการจะได้สิ้นสุดไปแล้วก็ตาม (อัตราส่วนผู้ดูแลแบบไม่เป็นทางการต่อผู้สูงอายุ คือ 1:2) อย่างไรก็ดี ตลอดระยะเวลา 7 ปี ของการดำเนินโครงการอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน (พ.ศ. 2548-2555) สิ่งที่ยังคงเป็นช่องว่างของการดูแล คือ ยังขาดผู้ดูแลที่มีทักษะเฉพาะ และสามารถให้การดูแลต่อเนื่องเป็นระยะเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากการทำงานแบบอาสาสมัคร ถึงแม้จะเข้าไปเยี่ยมเยือนมากกว่าสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ก็ยังไม่เพียงพอ จึงเป็นที่มาของการสร้างกลไกเสริมในกระบวนการดูแลระยะยาวในชุมชน ต่อยอดจากต้นทุนอาสาสมัครเดิมเป็น กิจการเพื่อสังคม บั๊ดดี้โฮมแคร์ Buddy HomeCare ที่เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี 2558 มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาผู้สูงอายุขาดคนดูแล และเด็กเยาวชนที่ขาดโอกาสทางการศึกษาไปพร้อมกัน
บริษัท บั๊ดดี้โฮมแคร์ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด
มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ ได้ดำเนินงานแก้ไขปัญหาผู้สูงอายุที่ขาดคนดูแล โดยให้น้ำหนักกับผู้สูงอายุที่ยากจน ยากไร้ด้อยโอกาส และไม่มีคนดูแล ในชุมชนแออัดเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ซึ่งต้องเผชิญปัญหาคุณภาพชีวิตรุนแรงกว่าในชนบท โดยที่ในชนบทนั้นมีค่าครองชีพต่ำกว่าและสภาพสังคมยังเอื้อในการดูแลกันเอง ด้วยโครงการ "อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน" ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลประเทศเกาหลีและองค์การเฮลพ์เอจประเทศเกาหลี ดำเนินงานอบรมสร้างอาสาสมัครในชุมชน เพื่อให้เข้าไปเยี่ยมเยือนดูแลผู้สูงอายุในละแวกใกล้เคียงโดยไม่มีค่าตอบแทน แต่จะใช้กระบวนการสร้างเสริมศักยภาพของอาสาสมัครให้สามารถจัดกระบวนการแก้ปัญหาของผู้สูงอายุในชุมชนได้เอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการดูแลผู้สูงอายุ และเขียนโครงการเพื่อรับการสนับสนุนจากแหล่งทุนต่างๆ ในท้องถิ่นชุมชนของตน จนปัจจุบันมีอาสาสมัครที่ทำงานในชุมชน 111 คน ดูแลผู้สูงอายุที่ยากไร้ขาดคนดูแล 219 คน อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าโครงการจะได้สิ้นสุดไปแล้วก็ตาม (อัตราส่วนผู้ดูแลแบบไม่เป็นทางการต่อผู้สูงอายุ คือ 1:2) อย่างไรก็ดี ตลอดระยะเวลา 7 ปี ของการดำเนินโครงการอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน (พ.ศ. 2548-2555) สิ่งที่ยังคงเป็นช่องว่างของการดูแล คือ ยังขาดผู้ดูแลที่มีทักษะเฉพาะ และสามารถให้การดูแลต่อเนื่องเป็นระยะเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากการทำงานแบบอาสาสมัคร ถึงแม้จะเข้าไปเยี่ยมเยือนมากกว่าสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ก็ยังไม่เพียงพอ จึงเป็นที่มาของการสร้างกลไกเสริมในกระบวนการดูแลระยะยาวในชุมชน ต่อยอดจากต้นทุนอาสาสมัครเดิมเป็น กิจการเพื่อสังคม บั๊ดดี้โฮมแคร์ Buddy HomeCare ที่เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี 2558 มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาผู้สูงอายุขาดคนดูแล และเด็กเยาวชนที่ขาดโอกาสทางการศึกษาไปพร้อมกัน
1,583 ผู้เข้าชม

อะกีกคัลเจอร์

Ageekculture ทำธุรกิจเกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรที่ปลอดภัย/ปลอดสารเคมี จากเกษตรกรรายย่อย โดยทำหน้าที่ในการเชื่อมระหว่างเกษตรกรในท้องถิ่นกับผู้บริโภคในเมือง
อะกีกคัลเจอร์
Ageekculture ทำธุรกิจเกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรที่ปลอดภัย/ปลอดสารเคมี จากเกษตรกรรายย่อย โดยทำหน้าที่ในการเชื่อมระหว่างเกษตรกรในท้องถิ่นกับผู้บริโภคในเมือง
345 ผู้เข้าชม

บริษัท แบ่ง-ปัน-ให้ (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด

Mobile Application ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) แห่งแรกของประเทศไทย ตามนโยบาย "Thailand 4.0”เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ สร้างงานในชุมชน สังคม และส่งผ่านความช่วยเหลือให้โรงเรียนขนาดเล็กของ สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร (สพป.) โดยมี นายอภิชาติ จันทร์ทองแท้ CEO/Co-Founder บริษัท แบ่ง- ปัน-ให้ (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ผู้จัดทำ Application Hi School Thailand กล่าวว่า Application Hi School Thailand เป็น Application ที่พัฒนาขึ้นด้วย Platform Shappy App จากพันธมิตร ผู้ผลิต Application ชั้นนำของประเทศไทย โดย บริษัท ReadyPlanet จำกัด โดยร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับชุมชน ผ่านการบูรณาการด้านเทคโนโลยีที่ลงนามบันทึกความตกลงร่วมกัน (MOU) ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ และสตาร์ทอัพในรูปแบบ Social Enterprise เพื่อให้เป็น Platform ตัวกลางทางธุรกิจที่ใช้โครงข่ายดิจิตอลของจังหวัด ส่งเสริมระบบอีคอมเมิร์ซ รองรับระบบพร้อมเพลย์เต็มรูปแบบ ด้วยการทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหาร ประมงแปรรูป และกลุ่มเกษตรกรของจังหวัดสมุทรสาคร จะได้มีช่องทางการตลาด และส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าประเภทอาหาร ผ่าน application Hi School Thailand ซึ่งถือเป็น นวัตกรรมทางเทคโนโลยี ที่จะช่วยอำนวยความสะดวก ในการจัดส่งอาหารตามสั่งแบบดิลิเวอร์รี่ให้แก่ผู้ประกอบการร้านอาหารและเกษตรของจังหวัดทุกกลุ่มสินค้า ที่จะสามารถส่งถึงผู้บริโภคโดยตรงอีกทั้ง Application ยังจะช่วยผู้ประกอบการสามารถเพิ่มยอดขายในทุกช่วงเวลา โดยไม่เพิ่มต้นทุน ทำให้สร้างรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น สำหรับผู้ประกอบการยังได้เพิ่มช่องทาง CSR ด้วยการแบ่งปัน เสริมความเข้มแข็งให้ชุมชน ด้วยการเชื่อมโยงผลผลิตจากเกษตรกรส่งตรงไปยังร้านค้าด้วยต้นทุนต่ำ สำหรับรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายยังมอบให้กับโรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 24 โรงเรียน
บริษัท แบ่ง-ปัน-ให้ (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด
Mobile Application ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) แห่งแรกของประเทศไทย ตามนโยบาย "Thailand 4.0”เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ สร้างงานในชุมชน สังคม และส่งผ่านความช่วยเหลือให้โรงเรียนขนาดเล็กของ สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร (สพป.) โดยมี นายอภิชาติ จันทร์ทองแท้ CEO/Co-Founder บริษัท แบ่ง- ปัน-ให้ (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ผู้จัดทำ Application Hi School Thailand กล่าวว่า Application Hi School Thailand เป็น Application ที่พัฒนาขึ้นด้วย Platform Shappy App จากพันธมิตร ผู้ผลิต Application ชั้นนำของประเทศไทย โดย บริษัท ReadyPlanet จำกัด โดยร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับชุมชน ผ่านการบูรณาการด้านเทคโนโลยีที่ลงนามบันทึกความตกลงร่วมกัน (MOU) ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ และสตาร์ทอัพในรูปแบบ Social Enterprise เพื่อให้เป็น Platform ตัวกลางทางธุรกิจที่ใช้โครงข่ายดิจิตอลของจังหวัด ส่งเสริมระบบอีคอมเมิร์ซ รองรับระบบพร้อมเพลย์เต็มรูปแบบ ด้วยการทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหาร ประมงแปรรูป และกลุ่มเกษตรกรของจังหวัดสมุทรสาคร จะได้มีช่องทางการตลาด และส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าประเภทอาหาร ผ่าน application Hi School Thailand ซึ่งถือเป็น นวัตกรรมทางเทคโนโลยี ที่จะช่วยอำนวยความสะดวก ในการจัดส่งอาหารตามสั่งแบบดิลิเวอร์รี่ให้แก่ผู้ประกอบการร้านอาหารและเกษตรของจังหวัดทุกกลุ่มสินค้า ที่จะสามารถส่งถึงผู้บริโภคโดยตรงอีกทั้ง Application ยังจะช่วยผู้ประกอบการสามารถเพิ่มยอดขายในทุกช่วงเวลา โดยไม่เพิ่มต้นทุน ทำให้สร้างรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น สำหรับผู้ประกอบการยังได้เพิ่มช่องทาง CSR ด้วยการแบ่งปัน เสริมความเข้มแข็งให้ชุมชน ด้วยการเชื่อมโยงผลผลิตจากเกษตรกรส่งตรงไปยังร้านค้าด้วยต้นทุนต่ำ สำหรับรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายยังมอบให้กับโรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 24 โรงเรียน
1,510 ผู้เข้าชม
123,002 ผู้เข้าชม