มูลนิธิพัฒนาชุมชนผาปัง

มูลนิธิพัฒนาชุมชนผาปัง Foundation for Pha-pang Community Development เป็นองค์กรภาคประชาสังคม ประเภทกิจการเพื่อสังคม Social enterprise ที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการ ประสานความความร่วมมือในการมีส่วนร่วม Public Participation ของเครือข่ายภาคประชาชนในตำบลผาปัง และหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชน ในการร่วมสร้างปัญญาปฏิบัติศึกษา ร่วมทำ ร่วมตัดสินใจ และร่วมเป็นเจ้าของการพัฒนาชุมชนพึ่งตนเองจากฐานชีวภาพที่มีอยู่ในท้องถิ่น ที่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางสังคมร่วม Creating Shared Values: CSV เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและการจัดการสุขภาพในตำบลผาปัง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง
มูลนิธิพัฒนาชุมชนผาปัง Foundation for Pha-pang Community Development เป็นองค์กรภาคประชาสังคม ประเภทกิจการเพื่อสังคม Social enterprise ที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการ ประสานความความร่วมมือในการมีส่วนร่วม Public Participation ของเครือข่ายภาคประชาชนในตำบลผาปัง และหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชน ในการร่วมสร้างปัญญาปฏิบัติศึกษา ร่วมทำ ร่วมตัดสินใจ และร่วมเป็นเจ้าของการพัฒนาชุมชนพึ่งตนเองจากฐานชีวภาพที่มีอยู่ในท้องถิ่น ที่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางสังคมร่วม Creating Shared Values: CSV เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและการจัดการสุขภาพในตำบลผาปัง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง

จุดเริ่มต้น (Beginning Point)

ตำบลผาปัง เป็นตำบลเล็กๆที่ซ่อนอยู่ในหุบเขาอย่างโดดเดี่ยว และเป็นทางตันที่ไม่อาจเดินทางด้วยรถยนต์ เพื่อจะผ่านไปยังอำเภอลี้ จังหวัดลำพูนได้ทั้งที่อยู่คนละฟากของภูเขา ซึ่งมีชื่อเรียกว่า “ดอยอานม้า” และ “ดอยหลวง” ขุนเขาทั้งสองลูกนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของผาปังและเชื่อกันว่า เหตุที่ชื่อผาปังก็สืบเนื่องมาจากขุนเขาที่เป็นภูเขาหิน เมื่อมีแรงสั่นสะเทือนจากเหตูแผ่นดินไหวหรือฝนตกซะพื้นดินมากๆ จึงทำให้หินกร่อนและเมื่อถูกกัดเซาะนานวันเข้าจึงได้"พัง"ทะลายลงมา (ปัง เป็นภาษาคำเมือง หมายถึง พัง) ตำบลผาปัง มี 5 หมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่ที่ 1 บ้านนาริน หมู่ที่ 2 บ้านผาปังหลวง หมู่ที่ 3 บ้านผาปังกลาง หมู่ที่ 4 บ้านห้วยไร่ หมู่ที่ 5 บ้านเด่นอุดม มีประชากรรวมทั้งตำบล รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,106 คน(ข้อมูลอ้าง 2559) สภาพภูมิอากาศในตำบลผาปังเป็นพื้นที่ต้นน้ำ แต่ขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคในฤดูแล้ง ทั้งที่มีการบริหารจัดการป่าอย่างเป็นระบบมาอย่างต่อเนื่อง

จากสภาพปัญหาแล้งน้ำ และขาดที่ดินทำกินในตำบลผาปัง กว่า 100 ปีที่ผ่านมา มีการอพยพย้ายถิ่นไปอยู่ในอำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก อำเภอจูน จังหวัดพะเยา คนที่เหลืออยู่ก็ปรับเปลี่ยนวิธีคิดส่งลูกหลานเรียนหนังสือ เพื่อให้ลูกหลานได้มีความรู้ติดตัวหาเลี้ยงชีพในอนาคต แต่เมื่อลูกหลานได้มีความรู้ ไม่มีงานรองรับในพื้นที่ ก็ย้ายถิ่นฐานไปทำงานต่างถิ่น จึงเป็นอพยพจากชุมชนชนบทสู่ชุมชนเมืองในกรุงเทพมหานคร ปทุมธานี สมุทรปราการ ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา ลำปาง เชียงใหม่ ลำพูน ไม่ยอมกลับถิ่นบ้านเกิดของตนเอง จะกลับบ้านเกิดก็จะกลับเฉพาะเทศกาลเพื่อมาเยี่ยมพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ที่ยังมีชีวิตอยู่ สำหรับครอบครัวที่ไม่มีเครือญาติอาศัยอยู่แล้วก็ปล่อยให้เป็นบ้านร้างกว่า 20 หลังคาเรือน และในปี 2537 เมื่อมีการจัดตั้ง อบต. จึงเป็นสาเหตุให้ชุมชนตำบลผาปังมีประชากรไม่เพียงพอ คือไม่ถึง 2,000 คน จึงจัดตั้งเป็น อบต.ไม่ได้ ทำให้ขาดโอกาสการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี เมื่อไปรวมกับ อบต.แม่พริก งบประมาณส่วนใหญ่ก็ถูกนำไปพัฒนาในพื้นที่ตำบลแม่พริก ซึ่งเป็นพื้นที่กว้างใหญ่กว่าตำบลผาปัง งบประมาณที่นำมาพัฒนาตำบลผาปังจึงมีจำนวนน้อยนิด

จากสรุปบทเรียนชุมชนตำบลผาปัง
ในปี 2547 จึงมีการออกแบบรายละเอียด Detail design จัดทำแผนยุทธ์ชุมชนพึ่งตนเอง พ.ศ.2547-2567 ให้ครอบคุมการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ จากฐานชีวภาพในท้องถิ่น โดยอาศัยทุนทรัพยากรธรรมชาติ ทุนทรัพยากรบุคคล และทุนสนับสนุนความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชนภายนอก มาบริหารจัดการความร่วมมือเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางสังคม

แรงบันดาลใจ (Inspiration)

จากปัญหาอุปสรรคต่างๆ จากสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ แล้งน้ำ ขาดที่ดินทำกิน เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ขาดการบริหารจัดการเชิงโครงสร้าง ขาดโอกาสการพัฒนาชุมชนในระดับท้องถิ่น จึงทำให้"คน" ในตำบลผาปัง เกิดแนวคิด "พึ่งพาตนเอง"

สู่การสร้างสรรค์ (Social Innovation)

จากปัญหาชุมชน การพัฒนาที่ไม่ทั่วถึง และขาดโอกาส มาอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เกิดกระบวนการร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมตัดสินใจของ “คณะกรรมการพัฒนาชุมชนตำบลผาปัง” และแบ่งการบริหารจัดการเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการจัดการสุขภาพซึ่งประกอบด้วย 6 แผนยุทธศาสตร์ กว่า 12 ปีของการพัฒนาชุมชนพึ่งตนเอง ปัจจุบันได้พัฒนา ยกระดับเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้ 18 กลุ่มในรูปแบบ “วิสาหกิจกิจการเพื่อสังคม Social enterprise” โดยมี”มูลนิธิพัฒนาชุมชนผาปัง” เป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการชุมชนพึ่งตนเอง เป็นแผนงานเศรษฐกิจที่ต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ทบทวนกระบวนการคิดในการพี่งพาทรัพยากรที่มีในท้องถิ่น เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาดิน น้ำ ป่า การเกษตร พลังงานชุมชน โดยมีเป้าหมาย 5 ด้านได้แก่ การลดต้นทุน การเพิ่มผลผลิต การพัฒนาคุณภาพ การตลาด และการบริหารจัดการให้ชุมชน เพื่อให้กลุ่มวิสาหกิจเพื่อสังคมในชุมชนผาปังสามารถก้าวไปให้ถึงความสามารถการพัฒนาคุณภาพที่ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยมีกระบวนการวิจัย ควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ

การดำเนินงานสร้างคนคุณธรรม วัฒนธรรมมีชีวิต ของคณะกรรมการชุมชน จะแบ่งหน้าที่ และบริหารจัดการเชิงโครงสร้างที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น มีหน้าที่ความรับผิดชอบตั้งแต่การดำเนินงานขั้นต้น ขั้นกลาง และขั้นปลาย เชื่อมโยงเป็นโครงข่ายความร่วมมือที่สอดคล้องกับวิถีการดำเนินชีวิตภายในชุมชน เพื่อขับเคลื่อนแผนชุมชน โดยยึดลักษณะทั่วไปของสังคมเป็นในการขับเคลื่อน จะใช้บ้าน วัด โรงเรียน สถานีอนามัย เป็นสถานที่สำคัญในการประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ทางศาสนา หรือโรงเรียนเป็นแหล่งสำคัญในการให้การปฏิบัติศึกษา และอบรม บ่มนิสัยแก่ประชาชนในรูปแบบการปฏิบัติจริง ค่านิยมในเรื่องคุณความดีทางศาสนาเป็นตัวควบคุมความประพฤติของคนในชุมชน โดยมีศูนย์คุณธรรมวัดผาปังกลาง และผลลัพท์ทางสังคม "ธนาคารความดี" เป็นตัวชี้วัด

อ่านต่อ...

การพัฒนาบุคลากรในตำบลผาปัง มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะพึงตระหนักเสมอว่า ความสำเร็จของแผนงานกิจกรรมไม่สามารถจะประสบผลสำเร็จได้ ถ้าบุคลากรในชุมชนไม่มีความรู้เพียงพอ ต่อการพัฒนาขับเคลื่อนกลไก ดังนั้นการพัฒนาบุคลากรในตำบลผาปัง จะดำเนินกิจการปัญญาปฏิบัติศึกษาในรูปแบบการแลกหเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง Leaning by doing

อ่านต่อ...

การบริหารจัดการที่ดินทำกิน และทรัพยากรน้ำ ป่าไม้ สิ่งแวดล้อมในชุมชน ภายใต้กฎหมาย เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ชุมชนตำบลผาปังได้กำหนดเป็นแผนงานดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ให้"คน" กับป่า" อยู่ร่วมกันอย่างพึ่งพา มีการจัดการที่ดินกรรมสิทธิ์ไม่มีการบุกรุกทำลายป่า มีการดูแลในรูปแบบที่ดินสวนป่าเศรษฐกิจ(50 ไร่) ที่ดินป่าชุมชน (24,451 ไร่) และที่ดินป่าอนุรักษ์ ภายใต้กฎหมายป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ร่วมกับกรมป่าไม้

อ่านต่อ...

จากสรุปผลการดำเนินงานในข้างต้น จะพบว่าตำบลผาปัง จะมีรูปแบบการบริหารแบ่่งออกเป็น 4 กลุ่มหลักคือ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ มีแผนงาน 6 ยุทธศาสตร์ โดยมีเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนผาปัง เป็นศูนย์ปฏิบัติการด้านเศรษฐกิจชุมชน ปัจจุบันมีการขยายผลการพัฒนาลงทุนในกิจการ ยกระดับการนวัตกรรมเพื่อดำเนินการผลิต และจำหน่ายถ่านไผ่ประสิทธิภาพคาร์บอนสูง Bamboo Activated Charcoal สำหรับอุตสาหกรรมยาเวชภัณฑ์ เวชสำอาง และอุตสาหกรรมพลังงาน อุตสาหกรรมการแปรรูปไผ่ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม เสริมสร้าง พัฒนา และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของชุมชน โดยใช้อัตลักษณ์ และองค์ความรู้เชิงสร้างสรรค์เพื่อสร้างความแตกต่าง และความโดดเด่นของชุมชนตำบลผาปัง ให้เป็นศูนย์ปัญญาปฏิบัติศึกษาการเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง Leaning by doing ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชน สร้างงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรม และงานสร้างสรรค์ทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้เป็นองค์ความรู้การพัฒนาการจัดการ ตอบโจทย์ในการแก้ปัญหา และพัฒนาชุมชน พัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการชุมชน เพื่อขับเคลื่อนกิจการเพื่อสังคม Social Enterprise จากทรัพยากรและวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่น

สู่การเปลี่ยนแปลง (Social Impact)

การพัฒนาชุมชนผาปัง ตั้งแต่ปี 2547 - 2559 ได้พัฒนาการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการจัดการสุขภาพ ในชุมชนผาปังในทางสรรค์สร้างมูลค่าเพิ่มแล้วเสร็จตามแผนงานคิดเป็นร้อยละ 72 โดยสรุปได้ดังนี้
1) การเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจชุมชน ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่างๆ ได้ยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ระดับสากล และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดได้ อาทิ ผลิตถ่านไผ่ประสิทธิภาพคาร์บอนสูง Bamboo Activated Charcoal การผลิตเยื่อไผ่ภาชนะไปโอ การผลิตนวัตกรรม Syngas พลังงานชุมชน และการขยายผลต่อยอดการท่องเที่ยววิถีชุมชน เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจชุมชน ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มมูลค่า ที่ชุมชนสามารถพัฒนาคุณภาพผลผลิตที่ก้าวสู่กันพึ่งพาทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นแบบพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน สร้างรายได้เสริมให้กับชุมชนเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 30 ต่อปี
2) การเปลี่ยนแปลงทางสังคม ในตำบลผาปัง มีระบบจัดการ และภูมิคุ้มกันทางสังคมคุณธรรม จริยธรรมชุมชน มีการสืบสาน การเรียนรู้ทั้งในระบบจากรุ่นสู่รุ่น ชุมชนอยู่เย็นเป็นสุขมีความปลอดภัย เป็นชุมชนปลอดยาเสพติด เยาวชนได้รับการยอมรับ และมีความตระหนักเรียนรู้อย่างต่อเนื่องเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 20 ต่อปี
3) การเปลี่ยนทางสิ่งแวดล้อม ในตำบลผาปัง มีระบบจัดการสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับการดำเนินชีวิต และความสมดุลทางธรรมชาติ ในรูปแบบชุมชนพึ่งตนเองจนได้รับรางวัลรองชนะเลิศระดับประเทศ ดูแลรักษาป่า และมีทรัพยากรป่าไม้เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 ต่อปี (ปัจจุบันมีป่าชุมชน 24,451 ไร่) มีข้อมูลลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติคิดเป็นร้อยละ 90 ต่อปี
4) การจัดการสุขภาพชุมชน ในตำบลผาปัง มีการจัดการสุขภาพในรูปแบบ"ธนาคารความดี"ไม่มีใข้เลือดออกติดต่อกัน 15 ปี มีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพจิต สุขภาพกาย สร้างภูมิคุ้มกันสุขภาพชุมชน สามารถป้องกันโรค ลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพลดลง ร้อยละ 10 ต่อปี

การมีส่วนร่วมของชุมชนปลูกไผ่ จำนวน 20,000 กล้า/ปีในที่ดินกรรมสิทธิ์ 50 ไร่/ปี สวนป่าเศรษฐกิจชุมชน 50 ไร่/ปี และปลูกในพื้นที่ป่าชุมชน 100 ไร่/ปี

1

ไร่

ชุมชนมีรายได้ยั่งยืน มีการปลูกเพื่อจำหน่ายให้กับวิสาหกิจชุมชนแปรรูป ซึ่งชุมชนเป็นเจ้าของในท้องถิ่นเพื่อเป็น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค พลังงาน และอุตสาหกรรม สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการจัดการสุขภาพครบวงจร

50,000

บาท

ไผ่.เป็นพืชอายุเฉลี่ย 60 - 100 ปี มีรายได้เฉลี่ยจากการผลิตในปีที่ 2 เป็นต้นไป 10 ตัน/ไร่/ปี โดยมีวิสาหกิจชุมชนบริหารจัดการตลาดในชุมชน

การมีส่วนร่วมในการปลูกกล้วย 50 กล้า/ครัวเรือน/ปี

1

ต้น

ชุมชนมีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร ปลูกกล้วย และการแปรรูปครบวงจร มีงานทำในท้องถิ่น

500

บาท

วิสาหกิจแปรรูปผลผลิตการเกษตรผาปัง

การท่องเที่ยววิถีชุมชนตำบลผาปัง การศึกษาดูงาน เรียนรู้ ในศูนย์ปัญญาปฏิบัติศึกษาวิสาหกิจกิจการเพื่อสังคมผาปัง

5,000

คน/ปี

ความตระรู้ในการจัดการสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม การท่องเที่ยววิถีชุมชน ที่สร้างรายได้อย่างสมดุลกับการดำรงชีวิตและความสมดุลทางธรรมชาติ

2,000

บาท/คน/ปี

มีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวชุมชน โฮมสเตย์ และวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรรับผิดชอบ

นวัตกรรมผู้สูงอายุ และสตรี

5,000

ชิ้น/ปี

ผู้สูงอายุ และกลุ่มอาชีพเวชสำอางมีรายได้ ยั่งยืน

500

บาท/ชิ้น

วิสาหกิจชุมชนเวชสำอาง และผู้สูงอายุ เป็นผู้รับผิดชอบ

หลักสูตรการเรียนรู้ปัญญาปฏิบัติศึกษา การสร้างมูลค่าเพิ่มทางสังคมร่วม Creating Shared Values ร่วมกับ อบจ และมหาวิทยาราชภัฎลำปาง

3,000

คน/ปี

ผู้เข้ารับการพัฒนาในหลักสูตร มีความรู้ด้วยการปฏิบัติจริง สามารถนำไปเป็นสัมมาชีพ แก้ปัญหาชุมชนอย่างยั่งยืน

5,000

บาท/คน/ปี

มูลนิธิพัฒนาชุมชนผาปัง

นวัตกรรม Syngas พลังงานเชื้อเพลิงถ่านประสิทธิภาพสูง เพื่อทดแทนน้ำมันสูบน้ำการเกษตรและก๊าชหุงต้ม ครัวเรือน

1,000

กิโลกรัม/วัน

ชุมชนลดต้นทุนการผลิตการเกษตร การสูบน้ำ การใช้พลังงานระดับชุมชน 1 กิโลกรัมถ่าน 4 บาท = 0.4 กิโลกรัมก๊าช(12 บาท)

4

บาท/กิโลกรัม

มูลนิธิพัฒนาชุมชนผาปัง

นวัตกรรมถ่านไผ่ประสิทธิภาพคาร์บอนสูง Activated Charcoal

80

กิโลกรัม/วัน

ชุมชนมีรายได้ยั่งยืน อุตสากรรมปิโตรเคมี โรงไฟฟ้า โรงกลั่น ฟอกย้อม ยานยนต์ กลองน้ำ ลดการนำเข้าถ่านประสิทธิภาพคาร์บอนสูงจากต่างประเทศ

80

กิโลกรัม/วัน

มูลนิธิพัฒนาชุมชนผาปัง

นวัตกรรม Syngas พลังงานเชื้อเพลิงถ่านเพื่อทดแทนก๊าชหุงต้ม ครัวเรือน

170

กิโลกรัมถ่าน/วัน

ชุมชนลดต้นทุนการผลิตอาหาร จากการใช้พลังงานระดับชุมชน 1.7 กิโลกรัมถ่าน 6 บาท = 1 กิโลกรัมก๊าช(25 บาท)

100

กิโลกรัมก๊าช/วัน

มูลนิธิพัฒนาชุมชนผาปัง

การเกษตรปลูกมะนาวตาฮิติ อินทรีย์

500

กิโลกรัม/วัน

20

บาท/กิโลกรัม

วิสาหกิจชุมชนเกษตรปลอดสารพิษ

การปลูกดีปลี ในพื้นที่บ้าน สวน ไร่นา เกษตรยั่งยืน

100

กิโลกรัม/วัน

ชุมชนสามารถปลูกดีปลี จากเทคโนโลยีอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีมาตรฐาน เพิ่มมูลค่าทางการเกษตร และมีการบริหารจัดการตลาดครบวงจร

150

บาท/กิโลกรัม

วิสาหกิจชุมชนเกษตรสมุนไพรพื้นบ้าน

นวัตกรรมถ่านไผ่ประสิทธิภาพคาร์บอนสูง Activated Charcoal

80

กิโลกรัม/วัน

ชุมชนมีรายได้ยั่งยืน อุตสากรรมยา เวชสำอาง ลดการนำเข้าถ่านประสิทธิภาพคาร์บอนสูงจากต่างประเทศ

5,000

บาท/กิโลกรัม

มูลนิธิพัฒนาชุมชนผาปัง

พร้อมรับการแบ่งปัน (Want to grow)

กิจกรรมดีๆ เพื่อสังคม (ImpactBiz Show)

สำนักงานพลังงานจังหวัดสระบุรี และผู้นำชุมชน ศึกษาดูงานการผลิตนวัตกรรมพลังงานชุมชนสูบน้ำ ผลิตไฟฟ้า และผลิตอาหาร โดยใช้ถ่านไผ่เป็นเชื้อเพลิงพลังงาน
ทีมงานวิจัย องค์การเภสัชกรรม และมูลนิธิพัฒนาชุมชนผาปัง ร่วมพัฒนาถ่านไผ่ ประสิทธิภาพคาร์บอนสูง
มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มอบหมายให้ บริษัท Local alike จำกัด ได้ร่วมกับมูลนิธิพัฒนาชุมชนผาปังร่วมกันออกแบบประเมินผลศักยภาพการท่องเที่ยววิถีชุมชนผาปัง ที่จะดำเนินการเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวในเดือนกรกฎาคม 2560
837 ผู้เข้าชม