บริษัท แบ่ง-ปัน-ให้ (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด

บริษัท แบ่ง-ปัน-ให้ (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด

Mobile Application ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) แห่งแรกของประเทศไทย ตามนโยบาย "Thailand 4.0”เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ สร้างงานในชุมชน สังคม และส่งผ่านความช่วยเหลือให้โรงเรียนขนาดเล็กของ สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร (สพป.) โดยมี นายอภิชาติ จันทร์ทองแท้ CEO/Co-Founder บริษัท แบ่ง- ปัน-ให้ (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ผู้จัดทำ Application Hi School Thailand กล่าวว่า Application Hi School Thailand เป็น Application ที่พัฒนาขึ้นด้วย Platform Shappy App จากพันธมิตร ผู้ผลิต Application ชั้นนำของประเทศไทย โดย บริษัท ReadyPlanet จำกัด โดยร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับชุมชน ผ่านการบูรณาการด้านเทคโนโลยีที่ลงนามบันทึกความตกลงร่วมกัน (MOU) ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ และสตาร์ทอัพในรูปแบบ Social Enterprise เพื่อให้เป็น Platform ตัวกลางทางธุรกิจที่ใช้โครงข่ายดิจิตอลของจังหวัด ส่งเสริมระบบอีคอมเมิร์ซ รองรับระบบพร้อมเพลย์เต็มรูปแบบ ด้วยการทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหาร ประมงแปรรูป และกลุ่มเกษตรกรของจังหวัดสมุทรสาคร จะได้มีช่องทางการตลาด และส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าประเภทอาหาร ผ่าน application Hi School Thailand ซึ่งถือเป็น นวัตกรรมทางเทคโนโลยี ที่จะช่วยอำนวยความสะดวก ในการจัดส่งอาหารตามสั่งแบบดิลิเวอร์รี่ให้แก่ผู้ประกอบการร้านอาหารและเกษตรของจังหวัดทุกกลุ่มสินค้า ที่จะสามารถส่งถึงผู้บริโภคโดยตรงอีกทั้ง Application ยังจะช่วยผู้ประกอบการสามารถเพิ่มยอดขายในทุกช่วงเวลา โดยไม่เพิ่มต้นทุน ทำให้สร้างรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น สำหรับผู้ประกอบการยังได้เพิ่มช่องทาง CSR ด้วยการแบ่งปัน เสริมความเข้มแข็งให้ชุมชน ด้วยการเชื่อมโยงผลผลิตจากเกษตรกรส่งตรงไปยังร้านค้าด้วยต้นทุนต่ำ สำหรับรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายยังมอบให้กับโรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 24 โรงเรียน
บริษัท แบ่ง-ปัน-ให้ (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด
Mobile Application ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) แห่งแรกของประเทศไทย ตามนโยบาย "Thailand 4.0”เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ สร้างงานในชุมชน สังคม และส่งผ่านความช่วยเหลือให้โรงเรียนขนาดเล็กของ สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร (สพป.) โดยมี นายอภิชาติ จันทร์ทองแท้ CEO/Co-Founder บริษัท แบ่ง- ปัน-ให้ (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ผู้จัดทำ Application Hi School Thailand กล่าวว่า Application Hi School Thailand เป็น Application ที่พัฒนาขึ้นด้วย Platform Shappy App จากพันธมิตร ผู้ผลิต Application ชั้นนำของประเทศไทย โดย บริษัท ReadyPlanet จำกัด โดยร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับชุมชน ผ่านการบูรณาการด้านเทคโนโลยีที่ลงนามบันทึกความตกลงร่วมกัน (MOU) ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ และสตาร์ทอัพในรูปแบบ Social Enterprise เพื่อให้เป็น Platform ตัวกลางทางธุรกิจที่ใช้โครงข่ายดิจิตอลของจังหวัด ส่งเสริมระบบอีคอมเมิร์ซ รองรับระบบพร้อมเพลย์เต็มรูปแบบ ด้วยการทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหาร ประมงแปรรูป และกลุ่มเกษตรกรของจังหวัดสมุทรสาคร จะได้มีช่องทางการตลาด และส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าประเภทอาหาร ผ่าน application Hi School Thailand ซึ่งถือเป็น นวัตกรรมทางเทคโนโลยี ที่จะช่วยอำนวยความสะดวก ในการจัดส่งอาหารตามสั่งแบบดิลิเวอร์รี่ให้แก่ผู้ประกอบการร้านอาหารและเกษตรของจังหวัดทุกกลุ่มสินค้า ที่จะสามารถส่งถึงผู้บริโภคโดยตรงอีกทั้ง Application ยังจะช่วยผู้ประกอบการสามารถเพิ่มยอดขายในทุกช่วงเวลา โดยไม่เพิ่มต้นทุน ทำให้สร้างรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น สำหรับผู้ประกอบการยังได้เพิ่มช่องทาง CSR ด้วยการแบ่งปัน เสริมความเข้มแข็งให้ชุมชน ด้วยการเชื่อมโยงผลผลิตจากเกษตรกรส่งตรงไปยังร้านค้าด้วยต้นทุนต่ำ สำหรับรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายยังมอบให้กับโรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 24 โรงเรียน

อุดมการณ์ ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (We aim to)

“Hi School”อธุรกิจเพื่อสังคมของอดีตเด็กกำพร้า 'อภิชาติ จันทร์ทองแท้'ผู้ได้รับทุนการศึกษาจากผู้ใหญ่ใจดีในอดีต จึงตอบแทนสังคมด้วยการพัฒนาแอพพลิเคชั่นสั่งอาหารปิ่นโตเดลิเวอรี่ กำไรผันเป็นทุนการศึกษาโรงเรียนขนาดเล็กที่ยังขัดสน “อภิชาติ จันทร์ทองแท้” ชายหนุ่มผู้มุ่งมั่นสะสมความดีให้โลกจารึกก่อนจากไป มากกว่าสะสมเงินทองที่เขาเชื่อว่า ที่สุดแล้วไม่สุขเท่าเราทำดี  อดีตเขาคือเด็กกำพร้า ที่เอาตัวรอดทางการศึกษามาได้ เพราะได้รับ“ทุนการศึกษา”จากผู้ใหญ่ใจดี จนเรียนจบออกมาได้งานที่ดี เลี้ยงตัวเองได้ ปัจจุบันเขาคือผู้บริหารบริษัทตรวจสอบอาคาร วิทยากรด้านฝึกอบรมพนักงาน ที่ปรึกษาธุรกิจ  รวมถึงการเป็นผู้ก่อตั้ง "ธุรกิจเพื่อสังคม Hi School” แอพลิเคชั่น รับดีลกับร้านส่งอาหาร เพื่อส่งอาหารสด ผลไม้ สินค้าเกษตร รวมถึงอาหารดี อาหารคลีน และอาหารพิเศษสำหรับคนรักสุขภาพ หรือผู้สูงอายุ ข้าวไรซ์บอร์รี่ ขนมว่างพักเบรคในงานประชุมสัมมนา เป็นเซ็ตปิ่นโต ให้กับลูกค้าในกลุ่มต่างๆ โดยนำกำไรที่ได้ส่วนหนึ่งไปพัฒนาการศึกษาให้กับโรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดของเขาเอง 

ความรับผิดชอบต่อสังคม (What we do)

หลักการของแอพลิเคชั่น จะดึง 5 พันธมิตรเข้าร่วม นอกจากจะเป็นการแบ่งปันโอกาสการศึกษาให้น้องนักเรียนแล้ว ยังได้ประโยชน์กับภาคธุรกิจ ตั้งแต่ 1.ลูกค้าคนสั่งอาหาร (ส่วนใหญ่เป็นออฟฟิสในนิคมอุตสาหกรรม) ได้ทานอาหารดี คลีน ทางเลือกในการรับประทานอาหารใหม่ แทนอาหารในโรงงานซ้ำๆ แล้วยังได้บุญ 2.ร้านค้า ได้เพิ่มโอกาสขายของผ่านออนไลน์ และเพิ่มเวลาขายจากช่วงที่ยุ่งสุดที่มีเพียงเที่ยงและเย็น  3.เครือข่ายโรงเรียนขนาดเล็ก ที่จะหักกำไรจากธุรกิจ 5-10 % ไปให้น้องทุกเดือน  4.การจ้างงานเพิ่ม ในน้องๆแอดมินที่ดูแลแฟนเพจ ไลน์ โซเชียลมิเดีย และแอพพลิเคชั่น เป็นน้องๆพิการ รวมถึงมอเตอร์ไซต์รับจ้าง เครือข่ายส่งของ ก็จะมีงานนอกเหนือจากช่วงเวลาเดินทางของมนุษย์เงินเดือน ในช่วงกลางวันก็สามารถส่งอาหารเดลิเวอร์รี่   และ5.ชุมชนเกษตรในจังหวัดสมุทรสาคร ที่จะเพิ่มรายได้ ช่องทางการจัดจำหน่าย นอกจาก 5 พันธมิตรธุรกิจแล้ว ยังมีจิ๊กซอว์จากหน่วยงานอื่นๆคอยให้การสนับสนุน ได้แก่ กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดสมุทรสงคราม สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด และเกษตรจังหวัด มาร่วมลงนามความเข้าใจ (MOU) เชื่อมเครือข่ายเกษตร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันสร้างจังหวัดสมุทรสาคร ให้รายล้อมด้วยสภาพแวดล้อมดี สังคมดี แบ่งปันโอกาสดีๆ ด้านการศึกษาให้น้องๆ “นี่คือโมเดลที่คิดและฝันไว้ ทำแอพดีลกับร้านส่งอาหารให้ทุกส่วน หน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้ประโยชน์ร่วมกัน ได้ทำบุญแล้วยังได้ทานอาหารดี อาหารคลีน เพื่อสุขภาพ” อภิชาติ ยังเล่าถึงการดำเนินธุรกิจว่า เริ่มต้นด้วยเงินลงทุน 2 แสนบาทในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นในเดือนส.ค.2559  และเปิดตัวธุรกิจจริงจังในวันที่ 14 ก.พ.2560 ใช้เวลาดำเนินการเพียง 8 เดือนก็คืนทุนแล้ว ที่เหลือเมื่อธุรกิจเติบโตก็จะเป็นกำไรคืนสู่สังคม และเด็กๆแบบไม่มีวันจบตราบที่ธุรกิจยังดำเนินอยู่ โดยปัจจุบันมีร้านค้าเข้ามาอยู่ในแอพ 12 ราย เครือข่ายเกษตรกร 7 ราย มอเตอร์ไซต์รับจ้าง 12 ราย ที่ผ่านมายังนำกำไรไปเป็นทุนพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กในเครือแล้ว 25 แห่ง จากยอดคำสั่งซื้อประมาณ 80 บิลต่อวัน เฉลี่ยมียอดสัง่อาหารบิลละ 200 บาท
ผู้เข้าชม  214